บัญชีผู้ใช้พนักงานคลินิก: จัดการตั้งแต่วันแรก ย้ายงาน จนลาออก

พนักงานเข้าออกเป็นเรื่องปกติของคลินิก แต่บัญชีที่ค้างอยู่ในระบบไม่ใช่เรื่องปกติ บทความนี้วางขั้นตอนดูแลบัญชีผู้ใช้ตลอดวงจรการทำงาน พร้อมเช็กลิสต์ที่หยิบไปใช้ได้ทันที

ภาพปกบทความ บัญชีผู้ใช้พนักงาน คลินิก ตั้งแต่เข้างานจนลาออก

บัญชีผู้ใช้พนักงานในระบบคลินิกคือกุญแจที่เปิดเข้าถึงประวัติการรักษา ข้อมูลส่วนตัว และการเงินของผู้ป่วย ปัญหาที่พบบ่อยไม่ใช่การถูกแฮกจากภายนอก แต่เป็นเรื่องใกล้ตัว เช่น พนักงานลาออกไปแล้วแต่บัญชียังใช้ได้ พนักงานย้ายจากเคาน์เตอร์ไปเป็นแคชเชียร์แต่สิทธิ์เดิมยังติดตัว หรือทุกคนใช้บัญชีเดียวกันจนไม่รู้ว่าใครทำอะไร บทความนี้จะพาวางระบบดูแลบัญชีตลอดวงจรการทำงานของพนักงาน ตั้งแต่วันแรกจนถึงวันสุดท้าย

หลักการพื้นฐานก่อนเริ่ม

  • หนึ่งคน หนึ่งบัญชี ห้ามใช้บัญชีรวม เช่น "เคาน์เตอร์1" ที่หลายคนสลับกันใช้ เพราะตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้และเปลี่ยนรหัสทีไรทุกคนต้องรู้
  • ให้สิทธิ์เท่าที่จำเป็น แต่ละคนเห็นและทำได้เฉพาะสิ่งที่งานต้องใช้ แนวคิดนี้อธิบายละเอียดใน การกำหนดสิทธิ์ผู้ใช้งานคลินิกตามบทบาท
  • มีเจ้าของกระบวนการ กำหนดชัดว่าใครเป็นผู้สร้าง แก้ไข และปิดบัญชี โดยทั่วไปคือเจ้าของคลินิกหรือผู้จัดการ และฝ่ายบุคคลต้องแจ้งทุกครั้งที่มีการเปลี่ยนแปลง
  • บันทึกทุกการเปลี่ยนแปลง ว่าใครอนุมัติ เมื่อไร เพื่อให้ตรวจสอบได้

รับพนักงานใหม่: สร้างบัญชีผู้ใช้พนักงานให้ถูกตั้งแต่วันแรก

  1. สร้างบัญชีเมื่อเริ่มงานจริง ไม่สร้างล่วงหน้าหลายสัปดาห์จนบัญชีว่างอยู่โดยไม่มีคนดูแล
  2. เลือกบทบาทตามตำแหน่ง เช่น แพทย์ เจ้าหน้าที่ หรือแคชเชียร์ ไม่ให้สิทธิ์เจ้าของเพียงเพราะ "จะได้ไม่ต้องมาขอทีหลัง"
  3. ให้ตั้งรหัสผ่านเอง รหัสชั่วคราวที่ส่งให้ควรถูกเปลี่ยนในการเข้าระบบครั้งแรก และห้ามส่งรหัสผ่านในกลุ่มแชตรวม
  4. เปิดการยืนยันตัวตนสองชั้นวันแรก ทำพร้อมกันตอนปฐมนิเทศ ดูวิธีที่ ยืนยันตัวตนสองชั้น (2FA)
  5. ชี้แจงกติกาการใช้ข้อมูล เปิดดูข้อมูลผู้ป่วยเฉพาะเมื่อจำเป็นต่องาน ไม่ถ่ายภาพหน้าจอ ไม่ส่งข้อมูลผู้ป่วยทางแชตส่วนตัว และแจ้งให้ทราบว่าระบบบันทึกการใช้งาน
  6. ให้ลงนามรับทราบ ข้อตกลงรักษาความลับหรือนโยบายข้อมูลส่วนบุคคลของคลินิก

ย้ายตำแหน่งหรือย้ายสาขา: จุดที่มักถูกลืม

เมื่อพนักงานเปลี่ยนหน้าที่ สิ่งที่มักเกิดคือได้สิทธิ์ใหม่เพิ่ม แต่สิทธิ์เก่าไม่ถูกถอน นานไปพนักงานที่อยู่มานานจะมีสิทธิ์สะสมมากกว่าที่งานต้องใช้ วิธีป้องกันคือ

  • เปลี่ยนบทบาท ไม่ใช่เพิ่มบทบาท เช่น จากเจ้าหน้าที่เคาน์เตอร์ไปเป็นแคชเชียร์ ให้ปรับบทบาทให้ตรงงานใหม่
  • ย้ายสาขาให้ตรงข้อมูล สำหรับคลินิกหลายสาขาที่ข้อมูลแต่ละสาขาแยกกัน พนักงานที่ย้ายควรได้สิทธิ์ในสาขาใหม่ และถูกถอนสิทธิ์จากสาขาเดิมเมื่อไม่ต้องทำงานที่นั่นแล้ว อ่านแนวทางภาพรวมได้ที่ บริหารคลินิกหลายสาขา
  • สิทธิ์ชั่วคราวต้องมีวันหมด เช่น ให้เจ้าหน้าที่ช่วยงานแคชเชียร์ช่วงขาดคน ต้องจดไว้และถอนคืนเมื่อครบกำหนด

แพทย์พาร์ตไทม์ นักศึกษาฝึกงาน และผู้ช่วยชั่วคราว

กลุ่มนี้มักถูกจัดการแบบหลวม ๆ เพราะมาไม่ประจำ ทั้งที่เข้าถึงข้อมูลผู้ป่วยไม่ต่างจากพนักงานประจำ ควรให้มีบัญชีของตัวเองเสมอ ไม่ยืมบัญชีของแพทย์ประจำหรือเพื่อนร่วมงาน ให้บทบาทที่แคบที่สุดที่ทำงานได้ และกำหนดวันสิ้นสุดตามสัญญาหรือช่วงฝึกงาน เมื่อครบกำหนดให้ระงับบัญชีทันที หากกลับมาทำงานอีกค่อยเปิดใหม่ วิธีนี้ยังช่วยให้การคิดค่าแพทย์และการตรวจสอบย้อนหลังแยกได้ถูกคนด้วย

เคล็ดลับ: ทุกครั้งที่ปรับสิทธิ์ ให้ถามคำถามเดียวว่า "ถ้าเป็นพนักงานใหม่ในตำแหน่งนี้ เราจะให้สิทธิ์อะไรบ้าง" แล้วตั้งค่าตามคำตอบนั้น ไม่ใช่ตามสิทธิ์ที่เคยมี

พนักงานลาออก: ปิดบัญชีผู้ใช้พนักงานทันที

นี่คือขั้นตอนที่สำคัญที่สุด บัญชีของคนที่ไม่ได้ทำงานแล้วไม่มีใครเฝ้า ถ้าถูกใช้ในทางที่ผิดก็จะไม่มีใครสังเกต

  1. ปิดหรือระงับบัญชีในวันทำงานวันสุดท้าย ถ้าเป็นการเลิกจ้างกะทันหัน ให้ปิดก่อนหรือพร้อมกับการแจ้ง
  2. ระงับแทนการลบ เมื่อระบบเปิดให้ทำได้ เพื่อให้ประวัติว่าใครบันทึกอะไรไว้ยังอยู่ครบ ใช้ตรวจสอบย้อนหลังได้
  3. เปลี่ยนรหัสที่ใช้ร่วม เช่น รหัส Wi-Fi บัญชี LINE OA หรือบัญชีอีเมลกลาง ที่พนักงานเคยรู้
  4. เก็บอุปกรณ์คืน แท็บเล็ต กุญแจ บัตรผ่าน และตรวจว่าไม่มีไฟล์ข้อมูลผู้ป่วยค้างในอุปกรณ์ส่วนตัว
  5. ส่งต่องานค้าง เช่น นัดหมายที่ต้องติดตาม หรือยอดค้างชำระที่รับผิดชอบอยู่
  6. ตรวจบันทึกการใช้งานช่วงท้าย ดูว่ามีการส่งออกข้อมูลหรือเปิดดูผิดปกติก่อนออกหรือไม่ ผ่าน Audit log

เช็กลิสต์ทบทวนบัญชีประจำไตรมาส

รายการตรวจสิ่งที่ต้องดูถ้าพบปัญหา
บัญชีที่ยังเปิดอยู่เทียบรายชื่อกับรายชื่อพนักงานปัจจุบันระงับบัญชีที่ไม่มีเจ้าของตัวจริง
บัญชีที่ไม่ได้ใช้นานบัญชีที่ไม่เข้าระบบเป็นเวลานานสอบถามความจำเป็น แล้วระงับถ้าไม่ใช้
บทบาทของแต่ละคนสิทธิ์ตรงกับตำแหน่งปัจจุบันหรือไม่ปรับบทบาทให้ตรงงาน
บัญชีสิทธิ์สูงจำนวนคนที่มีสิทธิ์ระดับเจ้าของลดให้เหลือน้อยที่สุดที่จำเป็น
การยืนยันตัวตนสองชั้นทุกคนเปิดใช้แล้วหรือยังนัดตั้งค่าให้ครบ
บัญชีรวมมีบัญชีที่หลายคนใช้ร่วมกันหรือไม่แยกเป็นบัญชีรายบุคคล

การทบทวนแบบนี้เป็นตัวอย่างของมาตรการรักษาความมั่นคงปลอดภัยที่ช่วยให้คลินิกดูแลข้อมูลผู้ป่วยตาม พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 ได้อย่างเป็นรูปธรรม แนวปฏิบัติเพิ่มเติมติดตามได้จาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล

จัดการบัญชีพนักงานใน MACLINIC

MACLINIC กำหนดสิทธิ์ตามบทบาท ได้แก่ เจ้าของ แพทย์ เจ้าหน้าที่ และแคชเชียร์ ทำให้ตั้งค่าพนักงานใหม่ได้เร็วโดยเลือกบทบาทให้ตรงตำแหน่ง สำหรับคลินิกหลายสาขา แต่ละสาขาเป็นพื้นที่ข้อมูลแยก มีบุคลากรและการตั้งค่าของตัวเอง ผู้ใช้แต่ละคนเปิดการยืนยันตัวตนสองชั้นด้วยแอป Authenticator ได้ ระบบหมดเวลาใช้งานอัตโนมัติเมื่อไม่มีการใช้งาน และ Audit log บันทึกการเปิดดู แก้ไข ลบ ส่งออก และการเข้าสู่ระบบล้มเหลว ซึ่งช่วยตอนทบทวนบัญชีและตอนพนักงานลาออก

สรุป

การดูแลบัญชีผู้ใช้พนักงานให้ดี คือทำให้สิทธิ์ในระบบตรงกับความจริงเสมอ หนึ่งคนหนึ่งบัญชี ให้บทบาทตามงาน ปรับเมื่อย้ายตำแหน่ง ปิดทันทีเมื่อลาออก และทบทวนทุกไตรมาส ทำเป็นกิจวัตรแล้วจะใช้เวลาไม่มาก แต่ปิดช่องโหว่ที่พบบ่อยที่สุดในคลินิกได้ ถ้าคุณต้องการระบบที่จัดการบทบาทและสาขาได้ชัดเจน สมัครใช้งาน MACLINIC ได้ทันที

ลองใช้ MACLINIC กับคลินิกของคุณ

ระบบบริหารคลินิกออนไลน์ เวชระเบียน นัดหมาย คลังยา และการเงิน ตั้งค่าได้ในไม่กี่นาที