ค่า DF แพทย์คืออะไร คิดและจ่ายอย่างไรให้โปร่งใส ไม่ขัดใจกัน

ค่า DF เป็นเรื่องที่ทำให้คลินิกกับแพทย์ไม่สบายใจกันได้ง่ายถ้ากติกาไม่ชัด บทความนี้อธิบายรูปแบบการคิด DF ฐานที่ใช้คำนวณ กรณีพิเศษ และวิธีจ่ายให้โปร่งใส

ภาพปกบทความ ค่า DF แพทย์ การคิดและจ่ายสำหรับคลินิก

ค่า DF แพทย์ (Doctor Fee) คือค่าตอบแทนที่คลินิกจ่ายให้แพทย์ตามงานที่แพทย์ทำ เช่น การตรวจรักษา หรือการทำหัตถการ เป็นรูปแบบที่ใช้กันแพร่หลายทั้งคลินิกทั่วไปและคลินิกความงาม โดยเฉพาะกับแพทย์ที่มาออกตรวจเป็นช่วงเวลา ข้อดีคือค่าตอบแทนสัมพันธ์กับผลงานจริง แต่ถ้ากติกาไม่ชัดหรือคำนวณด้วยมือ ก็เป็นต้นเหตุของความไม่สบายใจระหว่างคลินิกกับแพทย์ได้ง่ายมาก บทความนี้รวมรูปแบบการคิด ฐานที่ใช้คำนวณ กรณีพิเศษที่ต้องตกลงล่วงหน้า และวิธีจ่ายให้ตรวจสอบได้

รูปแบบการคิดค่า DF ที่คลินิกนิยมใช้

ไม่มีรูปแบบใดที่ดีที่สุดสำหรับทุกคลินิก ขึ้นกับประเภทบริการ ปริมาณผู้ป่วย และความสัมพันธ์กับแพทย์ ตารางนี้เปรียบเทียบรูปแบบหลัก

รูปแบบวิธีคิดเหมาะกับข้อควรระวัง
อัตราคงที่ต่อครั้งจ่ายเท่ากันต่อการตรวจหนึ่งครั้งหรือหัตถการหนึ่งรายการคลินิกทั่วไป บริการราคาใกล้เคียงกันต้องทบทวนอัตราเมื่อราคาบริการเปลี่ยน
เปอร์เซ็นต์ของค่าบริการจ่ายตามสัดส่วนที่ตกลงของยอดค่าบริการคลินิกความงาม หัตถการราคาแตกต่างกันมากต้องนิยามให้ชัดว่าคิดจากยอดก่อนหรือหลังหักอะไร
การันตีขั้นต่ำร่วมกับ DFจ่ายขั้นต่ำต่อเวร หากคิด DF ได้มากกว่าจึงจ่ายตาม DFดึงแพทย์มาออกตรวจในช่วงที่ผู้ป่วยยังน้อยต้องกำหนดวิธีเทียบยอดให้ชัด รายวันหรือรายเดือน
ค่าตอบแทนรายชั่วโมงหรือรายเวรจ่ายตามเวลาที่ออกตรวจ ไม่ขึ้นกับจำนวนผู้ป่วยคลินิกที่มีผู้ป่วยสม่ำเสมอไม่จูงใจด้านปริมาณงาน ต้องดูต้นทุนให้คุ้ม

หลายคลินิกใช้แบบผสม เช่น ค่าตรวจทั่วไปเป็นอัตราคงที่ ส่วนหัตถการคิดเป็นเปอร์เซ็นต์ สิ่งสำคัญคือเขียนกติกาทุกประเภทบริการให้ครบในข้อตกลง ไม่ปล่อยให้บางรายการ "ตกลงกันปากเปล่า"

ฐานที่ใช้คำนวณ: ประเด็นที่ทำให้ตัวเลขไม่ตรงกัน

ความขัดแย้งเรื่อง DF ส่วนใหญ่ไม่ได้มาจากอัตรา แต่มาจากการนิยามฐานไม่ตรงกัน ก่อนเริ่มงานควรตกลงประเด็นต่อไปนี้ให้ชัด

  • ยาและเวชภัณฑ์ นับรวมในฐาน DF หรือไม่ หากเป็นหัตถการที่ใช้วัสดุราคาสูง ควรหักต้นทุนวัสดุก่อนหรือไม่
  • ส่วนลด ส่วนลดโปรโมชันของคลินิก แพทย์ร่วมรับผลหรือไม่ ถ้าแพทย์เป็นผู้ให้ส่วนลดเอง คิดอย่างไร
  • ค่าธรรมเนียมการรับชำระ เช่น ค่าธรรมเนียมบัตร หักก่อนคิด DF หรือคลินิกรับภาระเอง
  • ยอดที่ยังไม่ได้รับเงิน จ่าย DF เมื่อให้บริการ หรือเมื่อผู้ป่วยชำระครบแล้ว
  • รอบการจ่าย รายสัปดาห์ รายครึ่งเดือน หรือรายเดือน และวันตัดยอด

ตัวอย่างการคำนวณ (สมมติ)

สมมติคลินิกตกลงจ่าย DF หัตถการร้อยละ 30 ของค่าบริการหลังหักต้นทุนวัสดุ หากหัตถการหนึ่งมีค่าบริการ 5,000 บาท ต้นทุนวัสดุ 1,000 บาท ฐาน DF จะเท่ากับ 4,000 บาท และ DF เท่ากับ 1,200 บาท แต่ถ้าข้อตกลงไม่ได้ระบุเรื่องหักวัสดุ อีกฝ่ายอาจเข้าใจว่า DF ควรเป็น 1,500 บาท ส่วนต่างเล็ก ๆ แบบนี้เมื่อสะสมทั้งเดือนจะกลายเป็นเรื่องใหญ่ ตัวเลขนี้เป็นเพียงตัวอย่างประกอบ อัตราจริงขึ้นกับการตกลงของแต่ละคลินิก

กรณีพิเศษที่ต้องเขียนไว้ล่วงหน้า

นอกจากการตรวจปกติ ยังมีสถานการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นประจำและควรมีกติการองรับ

  1. คอร์สทรีตเมนต์ คิด DF ตอนขายคอร์สหรือตอนผู้ป่วยมาใช้บริการแต่ละครั้ง ส่วนใหญ่นิยมคิดตามครั้งที่ใช้จริง เพราะแพทย์ที่ขายกับแพทย์ที่ทำอาจเป็นคนละคน อ่านเพิ่มที่ขายคอร์สทรีตเมนต์อย่างไรให้ติดตามได้ครบ
  2. แพทย์หลายคนร่วมกันทำ แบ่ง DF อย่างไร ใครเป็นผู้บันทึก
  3. ยกเลิกบิลหรือคืนเงิน หลังจ่าย DF ไปแล้ว จะหักคืนในรอบถัดไปหรือไม่
  4. ทำซ้ำเพื่อแก้ไข กรณีผู้ป่วยกลับมาแก้ผลหัตถการโดยไม่เก็บเงิน มี DF หรือไม่
  5. บริการฟรีหรือส่วนลดพนักงาน คิด DF จากยอดใด
เคล็ดลับ: ทุกครั้งที่เจอกรณีใหม่ที่ยังไม่มีในข้อตกลง ให้ตัดสินแล้วบันทึกเพิ่มเป็นภาคผนวกของข้อตกลงทันที กรณีเดียวกันครั้งหน้าจะได้ไม่ต้องคุยใหม่

อีกเรื่องที่ไม่ควรมองข้ามคือภาษี การหักภาษี ณ ที่จ่ายและการออกหนังสือรับรองการหักภาษีขึ้นกับรูปแบบความสัมพันธ์ เช่น แพทย์เป็นลูกจ้างหรือเป็นผู้ประกอบวิชาชีพอิสระ ซึ่งมีหลักเกณฑ์ต่างกัน ควรให้ผู้ทำบัญชีของคลินิกกำหนดแนวทาง และตรวจสอบรายละเอียดกับกรมสรรพากร

เช็กลิสต์ข้อตกลง DF ที่ควรมีเป็นลายลักษณ์อักษร

ข้อตกลงไม่จำเป็นต้องยาวหรือใช้ภาษากฎหมายซับซ้อน แต่ควรตอบคำถามเหล่านี้ได้ครบ เพื่อให้แพทย์ใหม่ที่เข้ามาเข้าใจตรงกันตั้งแต่วันแรก

  • รายการบริการทั้งหมดที่มี DF และอัตราหรือสูตรของแต่ละรายการ
  • นิยามฐานคำนวณ สิ่งที่หักก่อนคิด และสิ่งที่ไม่นับรวม
  • เงื่อนไขการันตีขั้นต่ำ (ถ้ามี) และวิธีเทียบกับยอด DF จริง
  • วันตัดยอด รอบการจ่าย และช่องทางการจ่าย
  • วิธีจัดการกรณียกเลิก คืนเงิน คอร์ส และงานที่ทำร่วมกัน
  • แนวทางเรื่องภาษีหัก ณ ที่จ่ายตามที่ผู้ทำบัญชีกำหนด
  • ช่องทางและระยะเวลาทักท้วงเมื่อยอดไม่ตรง
  • วันที่มีผลบังคับใช้ และวิธีแจ้งเมื่อมีการเปลี่ยนอัตรา

เมื่อจะปรับอัตรา ควรแจ้งล่วงหน้าและกำหนดวันเริ่มใช้ให้ชัด เพื่อไม่ให้รอบจ่ายเดียวกันมีสองอัตราปนกันโดยไม่ได้ตั้งใจ

จ่ายค่า DF แพทย์ให้โปร่งใสและตรวจสอบได้

ความโปร่งใสไม่ได้หมายถึงแค่จ่ายครบ แต่หมายถึงแพทย์ตรวจสอบได้ว่ายอดมาจากไหน แนวทางที่ช่วยได้มีดังนี้

  • ผูกการบันทึก DF เข้ากับรายการบริการและหัตถการใน Visit จริง ไม่ใช่สรุปยอดจากความจำ ดูวิธีบันทึกให้ครบได้ที่บันทึกหัตถการให้เชื่อมกับค่าบริการ
  • ส่งรายงานแจกแจงรายวันและรายผู้ป่วยให้แพทย์ทุกรอบจ่าย พร้อมยอดรวม ยอดหัก และยอดสุทธิ
  • ให้มีช่วงเวลาทักท้วงที่ชัด เช่น ภายในกี่วันหลังได้รับรายงาน
  • บันทึกการจ่ายแต่ละรอบพร้อมหลักฐาน เพื่อให้ยอดคงค้างกับยอดจ่ายแล้วแยกกันชัด

ค่า DF แพทย์ใน MACLINIC

MACLINIC บันทึกค่าแพทย์ (DF) จากบริการและหัตถการที่ทำใน Visit ของผู้ป่วย ทำให้ยอด DF อ้างอิงกับงานที่เกิดขึ้นจริง และมีส่วนบันทึกการจ่าย DF ให้แยกได้ว่ายอดใดจ่ายแล้วหรือยังค้าง เจ้าของคลินิกดูรายงานค่า DF และรายงานรายได้ตามแพทย์ ส่งออกเป็น Excel เพื่อแนบให้แพทย์ตรวจหรือส่งให้ผู้ทำบัญชีได้ ส่วนการคิดราคาบริการให้เหลือกำไรหลังจ่าย DF อ่านต่อที่ตั้งราคาค่าบริการคลินิกจากต้นทุนจริง

สรุป

ค่า DF แพทย์จะไม่เป็นปัญหาถ้าคลินิกเลือกรูปแบบที่เหมาะ นิยามฐานคำนวณให้ชัด เขียนกรณีพิเศษไว้ล่วงหน้า และให้แพทย์ตรวจสอบรายละเอียดได้ทุกรอบ ส่วนเรื่องภาษีให้ผู้ทำบัญชีเป็นผู้วางแนวทาง เมื่อ DF ผูกกับข้อมูลการรักษาจริงในระบบ ทั้งคลินิกและแพทย์จะมั่นใจในตัวเลขเดียวกัน สมัครใช้งาน MACLINIC เพื่อจัดการ DF และรายงานในที่เดียว

ลองใช้ MACLINIC กับคลินิกของคุณ

ระบบบริหารคลินิกออนไลน์ เวชระเบียน นัดหมาย คลังยา และการเงิน ตั้งค่าได้ในไม่กี่นาที