PDPA คลินิกต้องทำอะไรบ้าง เช็กลิสต์ครบสำหรับเจ้าของคลินิก

ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว คลินิกจึงต้องดูแลเข้มกว่าธุรกิจทั่วไป บทความนี้สรุปสิ่งที่คลินิกต้องทำตาม PDPA เป็นเช็กลิสต์ที่ลงมือได้ทีละข้อ

ภาพปกบทความ PDPA คลินิก เช็กลิสต์สำหรับเจ้าของคลินิก

นับตั้งแต่ พ.ร.บ.คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล พ.ศ. 2562 หรือ PDPA มีผลบังคับใช้เต็มรูปแบบเมื่อวันที่ 1 มิถุนายน 2565 คำถามที่เจ้าของคลินิกถามบ่อยที่สุดคือ "PDPA คลินิกต้องทำอะไรบ้าง" เพราะคลินิกเก็บข้อมูลผู้ป่วยแทบทุกประเภท ตั้งแต่ชื่อ เลขบัตรประชาชน เบอร์โทร ไปจนถึงข้อมูลสุขภาพ ซึ่งกฎหมายถือเป็นข้อมูลส่วนบุคคลที่มีความอ่อนไหว ต้องดูแลเข้มงวดกว่าข้อมูลทั่วไป บทความนี้สรุปสิ่งที่ควรทำเป็นเช็กลิสต์ที่ลงมือได้จริง เป็นแนวทางทั่วไปเพื่อเริ่มต้น สำหรับกรณีเฉพาะของคลินิกคุณ ควรปรึกษานักกฎหมายหรือผู้เชี่ยวชาญด้าน PDPA

ทำไม PDPA คลินิกจึงสำคัญกว่าธุรกิจทั่วไป

คลินิกมีบทบาทเป็น "ผู้ควบคุมข้อมูลส่วนบุคคล" คือผู้ตัดสินใจว่าจะเก็บข้อมูลอะไร เพื่ออะไร และใช้อย่างไร ส่วนผู้ให้บริการที่ประมวลผลข้อมูลตามคำสั่งของคลินิก เช่น ผู้ให้บริการระบบคลินิกออนไลน์ ห้องแล็บภายนอก หรือบริษัทรับทำบัญชี มักมีบทบาทเป็น "ผู้ประมวลผลข้อมูลส่วนบุคคล" ความรับผิดชอบหลักจึงอยู่ที่คลินิก

  • ข้อมูลสุขภาพเป็นข้อมูลอ่อนไหว การเก็บและใช้ต้องมีฐานทางกฎหมายที่รัดกุมกว่าข้อมูลทั่วไป
  • ผลกระทบเมื่อข้อมูลรั่วรุนแรง ทั้งต่อผู้ป่วยและความเชื่อมั่นต่อคลินิก
  • มีผู้เกี่ยวข้องหลายฝ่าย แพทย์ พยาบาล พนักงานเคาน์เตอร์ แคชเชียร์ และผู้ให้บริการภายนอก ทุกจุดคือความเสี่ยง
  • มีหน้าที่รักษาความลับตามวิชาชีพอยู่แล้ว PDPA เพิ่มกรอบเรื่องการแจ้ง การขอความยินยอม สิทธิของผู้ป่วย และมาตรการความปลอดภัย

เช็กลิสต์ PDPA คลินิก 10 ข้อ

ข้อสิ่งที่ต้องทำหลักฐานที่ควรมี
1สำรวจว่าคลินิกเก็บข้อมูลอะไร จากใคร เก็บที่ไหน ใครเข้าถึงบันทึกรายการกิจกรรมการประมวลผล (ROPA)
2กำหนดวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมายของแต่ละกิจกรรมตารางวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมาย
3แจ้งผู้ป่วยด้วยประกาศความเป็นส่วนตัวPrivacy Notice ที่เคาน์เตอร์ เว็บไซต์ และ LINE OA
4ขอความยินยอมในกรณีที่จำเป็น และเก็บหลักฐานแบบฟอร์มหรือบันทึกความยินยอมในระบบ
5เก็บข้อมูลเท่าที่จำเป็นแบบฟอร์มลงทะเบียนที่ตัดช่องที่ไม่จำเป็นออก
6กำหนดสิทธิ์การเข้าถึงตามหน้าที่ตารางบทบาทและสิทธิ์ผู้ใช้
7มีมาตรการความปลอดภัยทางเทคนิคและการจัดการนโยบายรหัสผ่าน 2FA การสำรองข้อมูล บันทึกการเข้าถึง
8ทำข้อตกลงกับผู้ประมวลผลข้อมูลภายนอกสัญญาหรือข้อตกลงการประมวลผลข้อมูล (DPA)
9มีช่องทางและขั้นตอนรับคำขอใช้สิทธิของผู้ป่วยแบบฟอร์มคำขอและทะเบียนติดตาม
10มีแผนรับมือเหตุละเมิดข้อมูล และกำหนดระยะเวลาเก็บรักษาแผนรับมือเหตุ นโยบายระยะเวลาเก็บรักษา

รายละเอียดที่มักพลาดในแต่ละข้อ

สำรวจข้อมูลให้ครบทุกจุด

หลายคลินิกนึกถึงแค่เวชระเบียน แต่ลืมข้อมูลที่กระจายอยู่ที่อื่น เช่น สมุดนัดหน้าเคาน์เตอร์ แชต LINE ส่วนตัวของพนักงาน รูปถ่ายก่อนและหลังทำหัตถการในโทรศัพท์ ภาพจากกล้องวงจรปิด และไฟล์ Excel ที่ส่งต่อกันทางอีเมล ทุกจุดเหล่านี้คือข้อมูลส่วนบุคคลที่ต้องอยู่ในการสำรวจ

ฐานทางกฎหมายไม่ได้มีแค่ความยินยอม

ความเข้าใจผิดที่พบบ่อยคือคิดว่าต้องขอความยินยอมสำหรับทุกอย่าง ในความเป็นจริง การประมวลผลข้อมูลสุขภาพเพื่อการวินิจฉัยและรักษาโดยผู้ประกอบวิชาชีพ อาจอาศัยข้อยกเว้นตามกฎหมายได้ ขณะที่การใช้ข้อมูลเพื่อการตลาดหรือเผยแพร่ภาพผู้ป่วยมักต้องขอความยินยอม รายละเอียดอ่านได้ที่ ขอความยินยอมผู้ป่วยตาม PDPA เมื่อไรต้องขอ

สิทธิ์การเข้าถึงต้องสอดคล้องกับหน้าที่

พนักงานเคาน์เตอร์ไม่จำเป็นต้องเห็นบันทึกการรักษาโดยละเอียด แคชเชียร์ต้องเห็นรายการค่าใช้จ่าย แต่อาจไม่ต้องเห็นผลวินิจฉัยทั้งหมด การให้ทุกคนใช้บัญชีเดียวกันหรือเห็นทุกอย่างเท่ากัน ขัดกับหลักการเข้าถึงเท่าที่จำเป็น และทำให้ตรวจสอบย้อนหลังไม่ได้ว่าใครเปิดดูข้อมูล การมี Audit log ช่วยตอบคำถามนี้ได้

รับมือเหตุละเมิดข้อมูลให้ทันเวลา

เมื่อเกิดเหตุข้อมูลรั่วไหลหรือถูกเข้าถึงโดยไม่ได้รับอนุญาต กฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลแจ้งสำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคลภายใน 72 ชั่วโมงนับแต่ทราบเหตุ เว้นแต่เหตุนั้นไม่มีความเสี่ยงที่จะกระทบสิทธิและเสรีภาพของบุคคล และหากมีความเสี่ยงสูงต้องแจ้งเจ้าของข้อมูลด้วย คลินิกจึงควรเตรียมไว้ล่วงหน้าว่าใครเป็นผู้ประเมินเหตุ ใครเป็นผู้ติดต่อหน่วยงาน และต้องเก็บข้อมูลอะไรบ้าง

เคล็ดลับ: เริ่มจากสิ่งที่ทำได้ภายในสัปดาห์นี้ก่อน เช่น เลิกใช้บัญชีร่วมกัน เปิดยืนยันตัวตนสองชั้น และติดประกาศความเป็นส่วนตัวที่เคาน์เตอร์ แล้วค่อยทยอยทำเอกสารอย่าง ROPA และข้อตกลงกับผู้ให้บริการภายนอก

บุคลากรและเอกสารที่ต้องเตรียม

  • ผู้รับผิดชอบด้าน PDPA ภายในคลินิก แม้คลินิกเล็กก็ควรมีคนดูแลเรื่องนี้ชัดเจน
  • เจ้าหน้าที่คุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (DPO) กฎหมายกำหนดให้ผู้ควบคุมข้อมูลบางกลุ่มต้องแต่งตั้ง DPO ตามเกณฑ์ที่คณะกรรมการประกาศ คลินิกควรตรวจสอบว่าเข้าเกณฑ์หรือไม่กับผู้เชี่ยวชาญ
  • การอบรมพนักงาน เน้นเรื่องที่เกิดขึ้นจริง เช่น ห้ามถ่ายภาพหน้าจอข้อมูลผู้ป่วย ห้ามส่งข้อมูลผ่านแชตส่วนตัว และการยืนยันตัวตนก่อนให้ข้อมูลทางโทรศัพท์
  • นโยบายระยะเวลาเก็บรักษา กำหนดว่าข้อมูลแต่ละประเภทเก็บนานเท่าไร โดยพิจารณาร่วมกับข้อกำหนดเรื่องเวชระเบียนและกฎหมายอื่นที่เกี่ยวข้อง
  • การสำรองข้อมูลและแผนกู้คืน เพราะความพร้อมใช้งานของข้อมูลก็เป็นส่วนหนึ่งของความปลอดภัย อ่านเพิ่มที่ สำรองข้อมูลคลินิก

แนวปฏิบัติและประกาศล่าสุดติดตามได้จาก สำนักงานคณะกรรมการคุ้มครองข้อมูลส่วนบุคคล (สคส.)

ระบบคลินิกช่วยเรื่อง PDPA ได้อย่างไร

ระบบไม่ได้ทำให้คลินิก "ผ่าน PDPA" ได้เอง เพราะนโยบายและวินัยของทีมยังสำคัญที่สุด แต่ระบบที่ออกแบบมาดีช่วยให้ทำตามเช็กลิสต์ได้ง่ายขึ้นมาก MACLINIC มีเครื่องมือที่สอดคล้องกับข้อต่าง ๆ ข้างต้น ได้แก่

  • แยกข้อมูลรายคลินิก และกำหนดสิทธิ์ตามบทบาท เจ้าของ แพทย์ เจ้าหน้าที่ แคชเชียร์
  • เข้ารหัสเลขบัตรประชาชนในฐานข้อมูล และเก็บเอกสารแนบไว้นอกเว็บสาธารณะ
  • Audit log บันทึกการเปิดดู แก้ไข ลบ ส่งออก และการเข้าสู่ระบบล้มเหลว
  • ยืนยันตัวตนสองชั้นด้วยแอป Authenticator และหมดเวลาใช้งานอัตโนมัติ
  • บันทึกความยินยอม รับคำขอใช้สิทธิตาม PDPA และกำหนดระยะเวลาเก็บรักษา
  • สำรองข้อมูลทุกวัน และข้อมูลเป็นของคลินิก ส่งออกได้เสมอ

เรื่องการรับคำขอจากผู้ป่วย เช่น ขอสำเนาข้อมูลหรือขอแก้ไข อ่านขั้นตอนได้ที่ รับมือคำขอใช้สิทธิเจ้าของข้อมูล

สรุป

PDPA คลินิกไม่ใช่งานเอกสารที่ทำครั้งเดียวจบ แต่เป็นระบบงานที่ต้องดูแลต่อเนื่อง เริ่มจากรู้ว่ามีข้อมูลอะไรอยู่ที่ไหน กำหนดวัตถุประสงค์และฐานทางกฎหมาย แจ้งผู้ป่วยอย่างโปร่งใส จำกัดสิทธิ์การเข้าถึง วางมาตรการความปลอดภัย และเตรียมพร้อมรับคำขอและเหตุละเมิด ใช้เช็กลิสต์ในบทความนี้เป็นจุดตั้งต้น แล้วตรวจสอบรายละเอียดกับนักกฎหมายหรือ สคส. ตามความจำเป็น หากต้องการระบบคลินิกที่มีเครื่องมือด้านความปลอดภัยข้อมูลพร้อมใช้ สามารถ สมัครใช้งาน MACLINIC ได้

ลองใช้ MACLINIC กับคลินิกของคุณ

ระบบบริหารคลินิกออนไลน์ เวชระเบียน นัดหมาย คลังยา และการเงิน ตั้งค่าได้ในไม่กี่นาที