ลดต้นทุนยาคลินิกอย่างไร โดยไม่ลดคุณภาพการรักษา

ต้นทุนยาที่สูงเกินจำเป็นมักไม่ได้มาจากราคาซื้ออย่างเดียว แต่มาจากรายการยาซ้ำซ้อน ยาหมดอายุ และยาที่หายไปโดยไม่มีใครรู้ บทความนี้รวมวิธีลดต้นทุนยาที่ไม่กระทบคุณภาพการรักษา

ภาพปกบทความ ลดต้นทุนยา ในคลินิกโดยไม่ลดคุณภาพ

เมื่อพูดถึงการลดต้นทุนยา หลายคนนึกถึงการหายาที่ถูกกว่าเป็นอันดับแรก ซึ่งเป็นเพียงส่วนหนึ่งเท่านั้น ในความเป็นจริง เงินจำนวนไม่น้อยรั่วออกจากห้องยาผ่านช่องทางที่มองไม่เห็น ทั้งยาหมดอายุที่ต้องทิ้ง ยาซ้ำซ้อนหลายยี่ห้อ ยาที่ซื้อเผื่อจนจมทุน และยาที่หายไปโดยไม่มีบันทึก บทความนี้รวมแนวทางที่คลินิกของคุณทำได้ โดยยึดหลักว่าความปลอดภัยและคุณภาพการรักษาต้องมาก่อนเสมอ

ต้นทุนยารั่วไหลจากตรงไหนบ้าง

ก่อนจะลดต้นทุน ต้องรู้ก่อนว่าเงินหายไปตรงไหน ลองใช้ตารางนี้สำรวจคลินิกของคุณ

จุดรั่วไหลสัญญาณที่เห็นได้แนวทางแก้
ยาหมดอายุต้องตัดทิ้งยาทุกไตรมาสจ่ายแบบ FEFO และเฝ้าระวังยาใกล้หมดอายุ
ซื้อเกินความต้องการยาบางรายการค้างคลังหลายเดือนตั้งจุดสั่งซื้อและระดับสูงสุดของแต่ละรายการ
รายการยาซ้ำซ้อนยาตัวเดียวกันมีหลายยี่ห้อหลายความแรงทำบัญชียาของคลินิก
สั่งซ้ำหรือสั่งด่วนต้องซื้อจากแหล่งที่แพงกว่าเพราะยาขาดจัดซื้อผ่านใบสั่งซื้อและวางแผนล่วงหน้า
ยาสูญหายหรือเสียหายยอดนับไม่ตรงกับระบบบ่อยตรวจนับเป็นรอบและปรับสต็อกพร้อมเหตุผล
คิดค่ายาไม่ครอบคลุมต้นทุนรายได้ค่ายาไม่สัมพันธ์กับยอดซื้อทบทวนราคาจากต้นทุนจริง

ทำบัญชียาของคลินิก ลดความซ้ำซ้อน

บัญชียาของคลินิก (Formulary) คือรายการยาที่คลินิกตกลงร่วมกันว่าจะสต็อกไว้ใช้เป็นหลัก เมื่อคลินิกมีแพทย์หลายคน แต่ละคนอาจคุ้นกับยาคนละยี่ห้อ ทำให้ต้องสต็อกยาสรรพคุณเดียวกันหลายรายการ ซึ่งเพิ่มทั้งต้นทุน พื้นที่ และโอกาสหมดอายุ

  • รวบรวมรายการยาทั้งหมดที่มี จัดกลุ่มตามตัวยาสำคัญและข้อบ่งใช้
  • ให้แพทย์และเภสัชกรร่วมกันพิจารณาว่ากลุ่มไหนมีรายการซ้ำซ้อนเกินจำเป็น
  • เลือกรายการหลักโดยพิจารณาคุณภาพ ความพร้อมในการจัดหา และราคา ตามลำดับ
  • ยาที่ต้องใช้เฉพาะราย ให้ตกลงวิธีจัดหาเป็นครั้งคราวแทนการสต็อกประจำ
  • ทบทวนบัญชียาเป็นรอบ เช่น ปีละครั้ง หรือเมื่อมีแพทย์ใหม่

การเลือกใช้ยาชื่อสามัญ (Generic) ที่ขึ้นทะเบียนถูกต้องแทนยาต้นแบบเป็นแนวทางที่ใช้กันทั่วไปในการลดต้นทุน แต่เป็นการตัดสินใจทางวิชาชีพที่แพทย์และเภสัชกรต้องพิจารณาเป็นรายการ ไม่ควรตัดสินจากราคาเพียงอย่างเดียว ข้อมูลทะเบียนตำรับยาและประกาศต่าง ๆ ตรวจสอบได้จาก สำนักงานคณะกรรมการอาหารและยา (อย.)

เคล็ดลับ: เมื่อจะเปลี่ยนยี่ห้อยาในบัญชียา ให้แจ้งทั้งแพทย์ ห้องยา และเคาน์เตอร์ล่วงหน้า และแนะนำผู้ป่วยที่ใช้ยาต่อเนื่องว่าเม็ดยาอาจหน้าตาเปลี่ยนไป เพื่อป้องกันความสับสนและการกินยาซ้ำ

ซื้อให้พอดี ลดต้นทุนยาที่จมอยู่ในคลัง

ยาบนชั้นคือเงินสดที่ถูกแปลงเป็นสิ่งของ ยิ่งเก็บมาก เงินยิ่งจม และยิ่งเสี่ยงหมดอายุ การลดต้นทุนยาในส่วนนี้ทำได้โดย

  1. ตั้งจุดสั่งซื้อและระดับสูงสุด ให้ยาแต่ละรายการมีพอใช้ระหว่างรอของ โดยไม่ล้นจนใช้ไม่ทัน ดูวิธีคำนวณได้ที่ ตั้งจุดสั่งซื้อยาไม่ให้ยาขาด
  2. ชั่งน้ำหนักส่วนลดจากการซื้อจำนวนมาก ส่วนลดจะคุ้มก็ต่อเมื่อคลินิกใช้หมดก่อนหมดอายุ หากต้องทิ้งส่วนที่เหลือ ส่วนลดอาจกลายเป็นขาดทุน
  3. จัดซื้อผ่านใบสั่งซื้อทุกครั้ง เพื่อไม่ให้สั่งซ้ำและมีประวัติราคาไว้เทียบ ดู ขั้นตอนจัดซื้อยาคลินิกด้วยใบสั่งซื้อ
  4. ลดการสั่งด่วน การสั่งด่วนมักได้ราคาหรือเงื่อนไขไม่ดี การวางแผนล่วงหน้าคือการลดต้นทุนโดยตรง

ต่อรองกับผู้จำหน่ายด้วยข้อมูล

เมื่อคลินิกมีประวัติการสั่งซื้อและปริมาณการใช้จริง คุณจะต่อรองได้ดีขึ้น เช่น ขอราคาคงที่สำหรับยาที่ใช้ประจำ ขอเงื่อนไขเปลี่ยนคืนยาอายุสั้น หรือขอให้แบ่งส่งเป็นรอบแทนการส่งครั้งเดียวจำนวนมาก โดยยังคงซื้อจากผู้จำหน่ายที่ได้รับอนุญาตถูกต้องเท่านั้น

ลดยาหมดอายุและยาสูญหาย

ยาที่ต้องทิ้งเพราะหมดอายุคือต้นทุนที่ได้ศูนย์กลับคืน การจ่ายยาตามหลัก FEFO คือการป้องกันที่ได้ผลที่สุด อ่านรายละเอียดได้ที่ ระบบคลังยาคลินิกแบบ FEFO ส่วนยาที่สูญหายหรือเสียหายจะมองเห็นได้ก็ต่อเมื่อมีการตรวจนับเป็นรอบ และมีการบันทึกเหตุผลทุกครั้งที่ปรับยอด

  • ตรวจรายการยาใกล้หมดอายุเป็นประจำ และแจ้งแพทย์ให้พิจารณาใช้ก่อนเมื่อเหมาะสมทางคลินิก
  • เก็บยาตามเงื่อนไขบนฉลาก โดยเฉพาะยาแช่เย็น เพราะตู้เย็นเสียหนึ่งครั้งอาจทำให้เสียยาทั้งตู้ ควรมีเทอร์โมมิเตอร์และบันทึกอุณหภูมิ
  • จำกัดสิทธิ์การเข้าถึงคลังยาตามหน้าที่ และกำหนดว่าใครปรับยอดสต็อกได้
  • ติดตามมูลค่ายาที่ตัดออกจากคลังแต่ละเดือน ถ้าตัวเลขสูงขึ้นแปลว่ามีจุดรั่วที่ต้องหา

ดูต้นทุนยาคู่กับรายได้

การลดต้นทุนยาไม่ได้มีแค่การลดรายจ่าย แต่ต้องดูด้วยว่าค่ายาและค่าบริการที่เรียกเก็บครอบคลุมต้นทุนจริงหรือไม่ ต้นทุนยาจริงไม่ได้มีแค่ราคาซื้อ แต่รวมยาที่เสียหายและหมดอายุ ค่าจัดเก็บ และเวลาของบุคลากร หากราคาที่ตั้งไว้ไม่สะท้อนสิ่งเหล่านี้ คลินิกอาจขาดทุนจากยาโดยไม่รู้ตัว แนวทางคิดราคาอ่านได้ในบทความ ตั้งราคาค่าบริการคลินิกจากต้นทุนจริง

ตัวชี้วัดง่าย ๆ ที่ควรดูทุกเดือน

ไม่จำเป็นต้องมีระบบบัญชีต้นทุนที่ซับซ้อน แค่ติดตามตัวเลขไม่กี่ตัวอย่างสม่ำเสมอ ก็เห็นแนวโน้มได้ว่าความพยายามลดต้นทุนยาได้ผลหรือไม่

  • ยอดซื้อยาต่อเดือน เทียบกับรายได้ค่ายาในเดือนเดียวกัน
  • มูลค่ายาที่ตัดทิ้งเพราะหมดอายุหรือเสียหาย ควรลดลงเรื่อย ๆ หลังวางระบบ
  • มูลค่าผลต่างจากการตรวจนับ สะท้อนว่าการควบคุมคลังดีขึ้นหรือไม่
  • จำนวนครั้งที่ยาขาดหรือต้องสั่งด่วน ถ้าลดต้นทุนแล้วยาขาดบ่อยขึ้น แปลว่าลดผิดจุด

ตัวชี้วัดสุดท้ายสำคัญมาก เพราะเป้าหมายไม่ใช่สต็อกให้น้อยที่สุด แต่คือสต็อกให้พอดีที่สุด การที่แพทย์ต้องเปลี่ยนยาหน้างานเพราะยาหมด ถือเป็นต้นทุนด้านคุณภาพที่ไม่ควรเกิดขึ้น

ทำได้อย่างไรใน MACLINIC

MACLINIC ช่วยปิดจุดรั่วหลักของต้นทุนยาได้หลายจุดในระบบเดียว คลังยารับยาเป็นล็อตและตัดสต็อกตามวันหมดอายุ (FEFO) มีการแจ้งเตือนยาใกล้หมดและใกล้หมดอายุ สร้างใบสั่งซื้อ ตรวจนับสต็อก และปรับปรุงสต็อกเมื่อยอดไม่ตรงได้ ส่วนด้านรายได้ มีรายงานรายได้แยกตามวัน แพทย์ และหมวด ส่งออกเป็น Excel เพื่อนำไปวิเคราะห์ร่วมกับยอดซื้อยาของคลินิก

สรุป

การลดต้นทุนยาที่ยั่งยืนไม่ได้มาจากการเปลี่ยนไปใช้ยาถูกที่สุด แต่มาจากการปิดจุดรั่ว ได้แก่ ทำบัญชียาให้กระชับ ซื้อให้พอดีกับการใช้ จัดซื้อผ่านใบสั่งซื้อ จ่ายยาแบบ FEFO และตรวจนับอย่างสม่ำเสมอ โดยทุกการเปลี่ยนแปลงต้องผ่านการพิจารณาของแพทย์และเภสัชกรเพื่อรักษาคุณภาพการรักษา หากต้องการระบบคลังยาที่ช่วยให้เห็นจุดรั่วเหล่านี้ชัดขึ้น สามารถ สมัครใช้งาน MACLINIC ได้

ลองใช้ MACLINIC กับคลินิกของคุณ

ระบบบริหารคลินิกออนไลน์ เวชระเบียน นัดหมาย คลังยา และการเงิน ตั้งค่าได้ในไม่กี่นาที